จังหวัดพังงา ชี้แจงผลการขับเคลื่อนแปลงใหญ่ผักพังงาสู่ครัวอันดามัน นำร่อง 4 อำเภอ สร้างต้นแบบการเรียนรู้

แอปพลิเคชั่นสมุดทะเบียนเกษตรกรดิจิทัล

ปลูกผักอยู่บ้าน สร้างแหล่งอาหาร สร้างงาน ต้านภัยโควิด จ.พังงา

DO IT FROM HOME สลัลโรล & มิ๊กซ์สลัด

ศูนย์จัดการดินปุ๋ยชุมชนมะรุ่ย อำเภอทับปุด จังหวัดพังงา

วันที่ 8 สิงหาคม 2565 นายประคอง อุสาห์มัน เกษตรจังหวัดพังงา รายงานผลการขับเคลื่อนโครงการระบบส่งเสริมเกษตรแบบแปลงใหญ่ผัก จังหวัดพังงา ในการประชุมชี้แจงผลการขับเคลื่อนแปลงใหญ่ผักพังงาสู่ครัวอันดามัน นำร่อง 4 อำเภอ สร้างต้นแบบการเรียนรู้ ตามข้อสั่งการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน ณ ศพก.เครือข่าย (กินดีฟาร์ม) ต.ถ้ำน้ำผุด อ.เมืองพังงา โดยมีนายวิชัย ไตรสุรัตน์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เขตตรวจราชการที่ 6 เป็นประธานในการประชุมติดตามผลการดำเนินงานฯ พร้อมด้วยนายแสน ศรีงาม ผู้ตรวจราชการกรมประมง, นายรพีทัศน์ อุ่นจิตตพันธ์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร, นายอนุชา ยาอีด ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรที่ 5 จังหวัดสงขลา หัวหน้าส่วนราชการในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์จังหวัดพังงา และตัวแทนเกษตรกรสมาชิกแปลงใหญ่ผัก เข้าร่วมการประชุมดังกล่าว ทั้งนี้ นางกันตวรรณ ตันเถียร กุลจรรยาวิวัฒน์ ประธานคณะกรรมาธิการการเกษตรและสหกรณ์สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ได้ร่วมกล่าวต้อนรับและร่วมรับฟังปัญหาและข้อเสนอแนะของเกษตรกรสมาชิกแปลงใหญ่ผัก จังหวัดพังงาสำหรับการประชุมในครั้งนี้ ได้มีการสรุปเนื้อหาโครงการเตรียมความพร้อมเกษตรกรสู่ระบบส่งเสริมเกษตรแบบแปลงใหญ่ โดยที่ผ่านมาจังหวัดพังงาได้มีการประชาสัมพันธ์โครงการ รับสมัครเกษตรกรผู้ที่สนใจ จัดประชุมการจัดการตลาดพืชผัก ชี้แจงวัตถุประสงค์ของโครงการ และจากการประชุมคณะกรรมการขับเคลื่อนงานด้านการเกษตรจังหวัดพังงา (Single Command Province : SCP) เมื่อวันที่ 12 กรกฎาคม 2565 ที่ผ่านมา ที่ประชุมได้มีมติเห็นชอบในการจัดตั้งแปลงใหญ่ผักพังงาสู่ครัวอันดามัน นำร่อง 4 อำเภอ ได้แก่ อำเภอเมืองพังงา อำเภอทับปุด อำเภอท้ายเหมือง และอำเภอตะกั่วป่า เกษตรกรผู้สนใจรวม 139 ราย เพื่อสนับสนุนงบประมาณดำเนินงานผ่านระบบส่งเสริมเกษตรแบบปลงใหญ่ ในปี พ.ศ. 2566 ต่อไป ทั้งนี้ เชื่อว่าโครงการดังกล่าวจะช่วยสร้างความเข้มแข็งให้เกิดขึ้นกับเกษตรกรผู้ปลูกผักในการรวมกลุ่มเพื่อบริหารจัดการ และยังเป็นการสร้างความมั่นคงทางอาหารในพื้นที่ฝั่งอันดามันอีกด้วย