เกษตรพังงา ติดตาม แก้ไขปัญหาหนอนเจาะเมล็ดทุเรียนในพื้นที่อำเภอกะปง

แอปพลิเคชั่นสมุดทะเบียนเกษตรกรดิจิทัล

แอปพลิเคชันสมุดทะเบียนเกษตรกรดิจิทัล

ปลูกผักอยู่บ้าน สร้างแหล่งอาหาร สร้างงาน ต้านภัยโควิด จ.พังงา

DO IT FROM HOME สลัลโรล & มิ๊กซ์สลัด

ศูนย์จัดการดินปุ๋ยชุมชนมะรุ่ย อำเภอทับปุด จังหวัดพังงา

เมื่อวันที่ 6 พฤษภาคม 2564 สำนักงานเกษตรจังหวัดพังงา โดย นายประคอง อุสาห์มัน เกษตรจังหวัดพังงา มอบหมาย ให้นายกวีพจน์ มัชฉากิจ หัวหน้ากลุ่มอารักขาพืช พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ส่งเสริมการเกษตรกลุ่มอารักขาพืช ร่วมกับสำนักงานเกษตรอำเภอกะปง ลงพื้นที่ติดตามเฝ้าระวังการระบาดของหนอนเจาะเมล็ดทุเรียน ในพื้นที่อำเภอกะปง ทุเรียนสาลิกาเป็นไม้ผลอัตลักษณ์ที่สำคัญของอำเภอกะปง ผู้บริโภคมีความต้องการบริโภคเพิ่มขึ้น แต่เมื่อลงพื้นที่พบกว่าเกษตรกรยังประสบปัญหาด้านโรคและแมลงศัตรูพืชระบาดที่ทำให้ผลผลิตเสียหาย ซึ่งพบการลงทำลายของหนอนเจาะเมล็ดทุเรียนในแปลงทุเรียนสาลิการของเกษตรกร หนอนเจาะเมล็ดทุเรียน หรือ “หนอนใต้” หรือ “หนอนมาเลย์” ตัวเต็มวัยเป็นผีเสื้อกลางคืน ตัวเมีย 1 ตัว สามารถวางไข่ได้ 100-200 ฟอง วางไข่เป็นฟองเดี่ยว ๆ บริเวณหนามทุเรียนใกล้ขั้วผลในระยะผลอ่อน จากนั้นตัวหนอนที่เพิ่งฟักจากไข่จะเจาะเข้าไปกัดกินเมล็ดภายในผล การเข้าทำลายจะสังเกตรอยเจาะของหนอนได้ยาก เนื่องจากมีขนาดเล็กมากและเปลือกทุเรียนที่กำลังขยายจะปิดรูเจาะของหนอน ทุเรียนที่ถูกทำลายส่วนใหญ่จะอยู่ในระยะที่เมล็ดแข็งแล้ว หนอนเจริญเติบโตอยู่ภายในผลทุเรียนกัดกินเมล็ดเป็นอาหาร ถ่ายมูลออกมาปะปนอยู่กับเนื้อทุเรียน เมื่อทุเรียนผลแก่หรือใกล้สุก หนอนจะโตเต็มที่และเจาะรูออกมา เข้าดักแด้ในดิน ได้นาน 1-9 เดือน ผีเสื้อที่ออกจากดักแด้ภายใน 1 เดือน สามารถเข้าทำลายทุเรียนรุ่นหลังในปีเดียวกันได้ หรืออาจจะออกจากดักแด้ในปีถัดไป โดยอาศัยฝนต้นปีเป็นตัวกระตุ้นให้ตัวเต็มวัยออกจากดักแด้ ดังนั้น เกษตรกรจึงควรหมั่นสำรวจสวนทุเรียนอย่างสม่ำเสมอ จากปัญหาดังกล่าวจึงให้แนวทางป้องกันกำจัดหนอนเจาะเมล็ดทุเรียน ไว้ดังนี้ 1. ไม่ควรขนย้ายเมล็ดทุเรียนจากที่อื่นเข้ามาในแหล่งปลูก ถ้ามีความจำเป็นควรทำการคัดเลือกเมล็ดอย่างระมัดระวัง หรือแช่เมล็ดด้วยสารเคมีกำจัดแมลง เช่น คาร์บาริล (เซฟวิน 85% ดับลิวพี) อัตรา 50 กรัมต่อน้ำ 20 ลิตร ก่อนทำการขนย้ายจะช่วยกำจัดหนอนได้2. สำรวจติดตามสถานการณ์หนอนเจาะเมล็ด โดยตรวจดูตัวเต็มวัยของหนอนเจาะเมล็ดในกับดักแสงไฟ หรือกับดักกาวเหนียวสีม่วง สัปดาห์ ละ 2-3 ครั้ง หากมีฝนตกหนักติดต่อกัน 2-3 วัน ควรตรวจดูทุกวัน3. ห่อผลทุเรียนตั้งแต่ผลทุเรียนอายุ 6 สัปดาห์เป็นต้นไป โดยใช้ถุงพลาสติกสีขาวขุ่น หรือถุงห่อผลทุเรียน เจาะรูที่บริเวณขอบล่างเพื่อระบายน้ำ สามารถป้องกันผีเสื้อตัวเต็มวัยมาวางไข่ได้ ก่อนห่อผลควรตรวจสอบและป้องกันกำจัดเพลี้ยแป้งอย่าให้มีติดอยู่กับผลที่จะห่อ4. ทำความสะอาดแปลง กำจัดวัชพืช เก็บผลที่ร่วงหล่นไปเผาทำลาย เพื่อกำจัดที่อยู่อาศัยของแมลงศัตรูพืช5. ตัดแต่งผลทุเรียนที่มีจำนวนมากเกินไป โดยเฉพาะผลที่อยู่ติดกันควรใช้กาบมะพร้าวหรือกิ่งไม้กั้นระหว่างผล เพื่อป้องกันไม่ให้ตัวเต็มวัยวางไข่ หรือตัวหนอนเข้าทำลายหรือหลบอาศัย6. ไล่ผีเสื้อตัวเต็มวัย ด้วยควันไฟ โดยการจุดกำมะถัน กาบมะพร้าวหรือพืชสมุนไพร เช่น ตะไคร้หอม7. การป้องกันกำจัดโดยใช้สารเคมีกำจัดแมลง เมื่อเริ่มพบตัวเต็มวัย โดยพ่นทุก 7-10 วัน เมื่อผลทุเรียนอายุ 6 สัปดาห์ (หลังดอกบาน) ทุกสัปดาห์ ติดต่อกัน 5 ครั้ง ดังนี้- แลมบ์ดา-ไซฮาโลทริน 2.5% EC อัตรา 20 มิลลิลิตรต่อน้ำ 20 ลิตร – คาร์บาริล (Carbaryl) 85% WP อัตรา 60 กรัมต่อน้ำ 20 ลิตร – เดลทาเมทริน (Deltamethrin) 3% EC อัตรา 15 มิลลิลิตรต่อน้ำ 20 ลิตร- เบตา-ไซฟลูทริน (Beta-cyfluthrin) 2.5% EC อัตรา 20 มิลลิลิตรต่อน้ำ 20 ลิตร (ภาพ,ข่าว: อนุสรา)

Be the first to comment

Leave a Reply

Your email address will not be published.


*